OSMC : Smart TV ด้วย Raspberry Pi

สวัสดีครับ ห่างกันไปนานเลย
วันนี้มีเรื่องสำหรับคนที่ชอบดูคลิปวีดีโอ Youtube รายการโทรทัศน์ผ่านอินเตอร์เน็ต แต่อยากได้จอใหญ่ๆ แต่ไม่อยากซื้อ Smart TV ด้วยราคาเอย ข้อจำกัดต่างๆเอย วันนี้มีวิธีสร้าง Smart TV มาให้ลองทำกัน ไปดูกันเลยครับ

ต้องบอกก่อนว่า ถ้าพูดถึง Smart TV ยุคปัจจุบัน คนทั่วๆไป คงจะนึกภาพของ TV ที่เข้าอินเตอร์เน็ตได้ที่ขายตามท้องตลาด แต่ถ้าพูดถึงคนในแวดวงไอทีล่ะก็ คงจะนึงถึง Apple TV, Android TV, ChromeCast เป็นต้น แต่วันนี้เรากำลังพูดถึง Software ที่เป็น Open Source กันครับ พูดง่ายๆคือ FREE แล้วก็ยังเอามาพัฒนาต่อยอดได้อีกด้วย

เจ้า Software ที่พูดถึงนี่ก็คือ OSMC ครับ มาจากคำว่า Open Source Media Center นั่นเอง เจ้า OSMC นี่มาพัฒนามาจาก XBMC ครับ ซึ่งก็มีบริการควบคุมผ่านแอปมือถือที่ชื่อ Kodi เอาเป็นว่า อย่าพึ่งไปสนใจชื่อพวกนี้เลย ถ้าอยากจะทำ Smart TV เป็นของตัวเองต้องทำอย่างไรกันบ้าง

สิ่งที่ต้องเตรียม
1.) TV ที่รองรับพอร์ต HDMI
2.) ต้องมีอินเตอร์เน็ต (แนะนำให้เป็น LAN) ** หากเป็น Wifi หรือ 3G/4G จะต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม **
3.) คอมพิวเตอร์ PC สำหรับใช้ในการติดตั้ง
4.) Micro SD CARD ขนาด 2GB ขึ้นไป
5.) บอร์ด Raspberry Pi หาซื้อได้ที่เว็บนี้ คลิ๊กที่นี่
6.) สาย Micro USB และ AC adapter ที่ใช้ชาร์ตมือถือทั่วไป

มาเริ่มกันครับ เริ่มแรก เข้าไปที่เว็บนี้ คลิ๊กที่นี่ แล้วเลือก ระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์ของท่าน Windows/MAC OS X/Linux จะพบกับ Software สำหรับติดตั้ง OSMC ลง SD CARD

1.) เลือกภาษาเป็น English และ ติดตั้งบน Raspberry Pi หรือ Raspberry Pi 2
1

2.) เลือก version ล่าสุด
2

3.) เลือกติดตั้งบน SD CARD
3

4.) เลือกรูปแบบการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต wired สำหรับ LAN / wireless (สำหรับแบบไร้สาย ต้องมี Wireless Adapter เพิ่ม)
4

5.) เลือก SD CARD ที่ต้องการติดตั้ง คลิ๊กที่ตาราง
5

6.) ติ๊กถูก ยอมรับเงื่อนไข
6

7.) รอกระบวนการดาวน์โหลดและติดตั้ง
7

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ก็จัดการนำ
1.) สาย LAN เสียบ เข้ากับบอร์ด Raspberry Pi
2.) สาย HDMI เสียบเข้ากับบอร์ด Raspberry Pi และ TV
3.) เสียบ Micro SD CARD เข้ากับบอร์ด Raspberry Pi
4.) สาย AC Adapter เสียบปลั๊ก แล้วต่อเข้ากับบอร์ด Raspberry Pi

osmc2

เมื่อติดตั้งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก็เปิดสวิชต์ปลั๊กทั้งหมด ตั้ง TV ไปที่ Source HDMI ช่องที่เสียบกับ Raspberry Piที่หน้า TV ก็จะขึ้น OSMC พร้อมกับ สถานะ Installation ช่วงนี้ไม่ต้องทำอะไรนะครับ รออย่าเดียว พอแถบสถานะติดตั้งเสร็จแล้ว ก็รอเครื่อง restart แล้วจะขึ้น OSMC อันเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นครับ พอเสร็จแล้วก็จะได้ SMART TV แล้ว เย้ๆๆๆๆ

osmc1 osmc3

 

OSMC ทำอะไรได้บ้าง
1.) ท่านที่งงว่า เอ๊ะ แล้วจะควบคุมมันยังไง ต้องใช้ remote ของอะไร จริงๆแล้วท่านสามารถใช้ mouse กับ keyboard เสียบกับ Raspberry Pi ควบคุมได้เลยครับ แต่มีวิธีที่ดีกว่านั้น คงไม่มีใครมานั่งใช้ Mouse/Keyboard คุมหรอก

คุณสามารถโหลดแอปพลิเคชั่น เพื่อใช้ควบคุมได้เลยครับ ซึ่งมีทั้ง iOS/Android และ Windows Phone (ไม่น่าเชื่อว่ามีด้วย)

สำหรับ แฟน Windows Phone
ต้องเข้าใจก่อนว่า แอปตัวนี้ชื่อ XBMC Remote Free ครับ ซึ่งไม่ใช่ตัว Official แต่ใช้ได้ดีทีเดียว ดีกว่า Official ด้วยซ้ำ

wp_ss_20150721_0001

ส่วนสำหรับ iOS
มีแอปที่ชื่อ Official Kodi Remote โหลดได้ตามลิงค์นี้ โหลดเลย

kodi

และสำหรับ Android
ชื่อแอปว่า Kore โหลดได้ตามลิงค์นี้ โหลดเลย

kore

แต่เอาเข้าจริงๆครับ แอป Official เหล่านี้มันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ท่านสามารถหาแอปตัวอื่นที่ใช้ควบคุมได้เช่นกัน โดยใช้ keyword เหล่านี้ => kodi,xbmc
 
การติดตั้งก็ไม่ยากครับ แต่ใส่ IP Address ของ Raspberry Pi ลงไป ใส่ username/password ตามที่ตั้งไว้ลงไป
ก็เป็นอันเสร็จสิ้น รีโมท
 
2.) ใช้ Adds-On ของ OSMC ในการหาภาพยนตร์ เช่น APP Youtube เป็นต้น แต่ข้อเสียก็มีครับ คือมันอ่านภาษาไทยไม่ออก เพราะฉะนั้น ก็ลำบากซักนิดซักหน่อย เรื่องภาษาไทย

osmc4 osmc5

 
3.) อันนี้เจ๋งที่สุดครับ หลายคนยอมซื้อ Apple TV ก็เพราะฟังค์ชั่นนี้เลย นั่นก็คือ Airplay นั่นเอง (ชิงร้อยชิงล้าน ว้าวๆๆๆ ไม่เกี่ยวๆ ฮ่าๆ) แต่เดี๋ยวก่อนๆ Apple เขาก็มีวิธีการทางลิขสิทธิ์ของเขาเหมือนกันครับ ใครที่ Update ตั้งแต่ iOS 8 เป็นต้นไป จะไม่สามารถทำการ mirroring ได้ คือไม่สามารถ แสดงสะท้อนจอ iPhone/iPad ลง TV ได้ แต่ยังสามารถแสดง video ลงได้เหมือนเดิม แค่นั้ก็พอใจแล้วล่ะครับ แค่เอาหนังขึ้น TV ได้ก็พอแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าคิดจะดู Youtube ล่ะก็ ไม่สามารถดูผ่านแอปได้นะครับ แต่ถ้าผ่าน Safari ล่ะก็ Perfect ทีเดียว แค่นี้ก็ยอดเยี่ยมล่ะ

airplaybarairplayairplaypass

 
แล้ว Feature อื่นๆล่ะ แน่นอนว่า พวกบริการ Movie/ Music Streaming ใช้ได้แน่นอน และเนื่องจาก OSMC เป็น Open Source จึงสามารถหา Adds-On ต่างๆตามต้องการได้ไม่ยาก โดยรวมแล้วค่อนข้างยอดเยี่ยมครับ

สรุปงบประมาณ
1.) บอร์ด Raspberry Pi 2 ราคา 1,000-2,000 แล้วแต่ร้าน
2.) สาย LAN (100 – 500 บาทแล้วแต่ความยาว) / Wireless Adapter (300-1,000 บาท แล้วแต่รุ่น) / (4G/LTE Adapter 3,000+ ไม่คุ้มแน่ๆ)
3.) AC Adapter 100-600 กว่าบาท
4.) สาย HDMI 200-1,000 กว่าบาท
5.) SD Card 200-500 กว่าบาท

ยิ่งถ้าใครมีอุปกรณ์เหล่านี้ที่บ้านแล้วอย่างนิวล่ะก็ เสียแค่ 1000 กว่าบาทซื้อ Raspberry Pi เท่านั้น
แต่ถ้าใครไม่มีมาก่อนเบ็ดเสร็จก็แค่ประมาณ 2,000 บาท แถมยังเอาไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ คุ้มกว่า Smart TV แน่นอน

เป็นไงกันบ้างครับ ถ้าชอบล่ะก็ อย่าลืมช่วยกันแชร์นะ