ประสบการณ์จาก Imagine Cup Thailand 2015

สวัสดีครับ
เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา ผมกับเพื่อนอีก 3 คน ได้รวมทีมกัน เพื่อคิดผลงานที่จะสนองการแก้ไขปัญหาของสังคมโลก ภายใต้ธีมการแข่งขัน Imagine Cup Thailand 2015 ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีโดย ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ซึ่งจะเฟ้นหาผู้ชนะเพื่อไปเข้าร่วมการแข่งขันในระดับโลก (World Final Round) นั่นเอง

โดยการแข่งขัน Imagine cup Thailand แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประกอบไปด้วย หมวด World Citizenship, Games และ Innovation ซึ่งทางไมโครซอฟท์ประเทศไทย ได้จัดการแข่งขันด้วยตัวเองแค่ 2 ประเภท คือ World Citizenship และ Games

ผมกับเพื่อนอีก 3 คน ตัดสินใจร่วมการแข่งขันในหมวด World Citizenship ซึ่งการแข่งขันประเภทนี้ แตกต่างจากประเภทอื่นตรงที่ได้รับการสนับสนุนจาก องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ USAID ซึ่งทางหากหัวข้อของโครงการที่เราส่งเข้าไปตรงกับหัวข้อที่ทาง USAID กำหนด จะมีรางวัลพิเศษอีกต่างหาก จากรางวัลปกติ ในที่นี้ขออนุญาติไม่กล่าวถึงหัวข้อทั้งหมดที่ทาง USAID ได้กำหนดไว้

ic2015

การแข่งขันครั้งนี้ เพื่อนคนนึง ชื่อ “เคี้ยง” เป็นเพื่อนร่วมภาควิชา ซึ่งมีความสนใจเกี่ยวกับด้านความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งติดตามเรื่องราวเหล่านี้ ผ่านหนังสือ National Geographic ซึ่งหลังจากที่เราได้นำมาคุยกันก็ตรงกับธีมของ USAID ที่ว่าด้วย Food Security & Climate Change พอดี เราจึงตัดสินใจที่จะศึกษาเรื่องนี้

หลังจากนั้นเราเริ่มคิดว่าเราจะทำอะไรดี ที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหาร เราจึงเริ่มมองถึงกลุ่มการเกษตร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ผลิตอาหารที่สำคัญของมนุษย์ ถ้าเกษตรกรยังปลูกพืชไม่มีคุณภาพ ได้ผลผลิตไม่คุ้มค่า ย่อมส่งผลถึงความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์แน่นอน

ถ้าใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Interstellar จะเห็นว่ายุคนั้น ทุกคนให้ความสำคัญกับเกษตรกรรมมากกว่าวิทยาศาสตร์และหลักทางวิศวกรรม พืชผักต่างๆ การทำเกษตรกรรมค่อนข้างล้มเหลว อาหารเริ่มไม่มีกิน เรื่มไม่มีคุณภาพ สิ่งหนึ่งที่ตัวเอกของเรื่องยังให้ความสำคัญคือ วิทยาศาสตร์ จะสามารถฟื้นฟูเกษตรกรรม และช่วยมนุษยชาตินี้ไว้ได้ (ถึงแม้ว่าจะโดนหลอก ให้ไปหาอาณาจักรใหม่) แน่นอนว่าเราไม่ได้มองไปลึกถึงขนาดนั้น เราคิดแค่ว่าทำยังไง ให้ทุน 1 หน่วยที่ลงทุนไป จะสามารถให้ผลผลิตได้มากและมีคุณภาพที่สุด นี่คือการมาซึ่งแนวคิดที่ว่า

“ความมั่นคงของเกษตรกรก็คือความมั่นคงทางอาหาร”

ทำอย่างไรถึงจะทำให้เกษตรกรมีความมั่นคง ทั้งเชิงผลผลิต และอาชีพของเขา เราจึงคิดแอปพลิเคชั่นที่จะประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตรทั้งหมด มาคำนวณและแสดงผลลัพธ์ออกมาอย่างง่ายที่สุด เพื่อให้เกษตรกรสามารถดูแลกระบวนการทางเกษตรกรรมของเขาให้ดีและมีผลผลิตคุณภาพมากขึ้น ในส่วนกระบวนการและความสามารถอื่นๆของแอปพลิเคชั่น ขอเก็บเอาไว้ในบทความต่อๆไปนะครับ

ทีนี้มาขอแชร์ประสบการณ์ ตั้งแต่ส่งใบ proposal เข้าไปร่วมการแข่งขัน ตอนนั้นส่งไปตอนห้าทุ่มกว่าๆของวันเดดไลน์ครับ ฮ่าๆ ใครๆเขาก็ทำกัน ตอนนั้นเราตั้งใจทำกันมาก แต่ด้วยที่ประสบการณ์ต่างๆยังน้อย ก็คงคิดว่าจะไม่ได้ แต่พอมาวันประกาศผล 10 ทีมสุดท้ายทีผ่านเข้าสู่รอบ Final ในระดับประเทศ ปรากฎว่าทีมของเราผ่านเข้ารอบครับ เย้ๆ

Winnie is the winner.

winnie

หลักจากที่เราได้ผ่านเข้ารอบ เราก็ได้พบกับ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ จาก USAID พี่เขาชื่อ “พี่เอ๋” ครับ ใจดีมากๆ พี่เขาคอยช่วยเหลือดูแลทุกๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโปรเจคของเราตั้งแต่ต้นจนจบเลย ออฟฟิตพี่เขาอยู่ไม่ไกลจาก ไมโครซอฟท์ เท่าไหร่ เราก็มีโอกาสได้ไปพบพี่เขาและก็ได้รับคำแนะนำมามากมายเลยสำหรับปราการแรกของเรา ซึ่งทำให้เราเริ่มรู้อย่างหนึ่งว่า สิ่งที่เราคิดไม่สามารถทำได้จริงทุกอย่างในเวลานี้ ทั้งเรื่องปัญหาข้อมูล และความแม่นยำในการคำนวณ แต่เราก็ยังงคงเดินหน้าต่อไป

ปราการที่สอง ครั้งนี้เป็นงาน workshop การเขียนแอปครับ เนื่องจากพวกเรายังอยู่ปี 2 กันอยู่ ความสามารถเด็กน้อย ก็มาร่วมงาน workshop กันครับ จัด 2 วันที่ ไมโครซอฟท์ ในการทำงานของเราทั้ง 3 คนจะมีหน้าที่หลักๆ คือ “เคี้ยง” เป็นผู้จัดการโปรเจค ผม “นิว” เป็น คนออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้ และ “เจต” เพื่อนร่วมทีมอีกคน เป็นนักพัฒนา ด้วยความที่ นิว กับ เคี้ยง เป็นเด็กสมาธิสั้นครับ จดจ่อกับอะไรได้ไม่นาน ประกอบกับช่วงนั้นมันมีเกมชื่อ King Of Thieves มาใหม่ๆพอดี ซึ่งมันจะคอยเตือนตลอด ว่าเพชรคุณถูกขโมยแล้วนะ ประสาทก็จะกินทันที เมื่อเพชรแพงถูกขโมยไป นิว และ เคี้ยง จึงร่วมกันเล่นเกมกันอย่างสนุกสนานและบ้าระห่ำ และปล่อยให้ เจต นั่งพิมพ์ code อย่างขันแข็งเลยทีเดียว จัดว่าเป็นทีมที่สามัคคีมากๆครับ ฮ่าๆ

หลักจากนั้น ด้วยชีวิตการสอบกลางภาคได้เข้ามาเยือน คนไม่หายไปไหน แต่งานเริ่มก้าวช้าลง เราตัดสินใจเริ่มงานเต็มกำลังหลังสอบเสร็จ ซึ่งนั่นเป็นการตัดสินใจที่พลาดนิดนึง และส่งผลโดยตรงกับความล่าช้าของงานนี้ (จริงๆไม่ได้ตัดสินใจจริงจังอะไร แต่ทุกคนเป็นอันเข้าใจในการตัดสินใจนี้โดยมิได้นัดหมาย สามัคคีไหมล่ะครับ ฮ่าๆ)

หลักจากนั้นนานพอควร แอพของเราก็เริ่มสมบูรณ์แบบไปด้วยหน้า login ครับ เราตั้งใจกันทำหน้านี้มาก ก่อนหน้านี้ ผมเคยร่วมค่าย Hackathon ชื่อ Spider Camp คำนึงที่พี่ค่ายกกล่าวไว้คือ

“ถ้าน้องคิดจะทำให้เสร็จ พี่แนะนำว่าอย่าพึ่งทำหน้า Login”

นั่นไม่อาจจะทำอะไรพวกเราทีม Winnie จาก มจธ ได้ (ชื่อทีมเราชื่อทีม Winnie นะครับ ที่มาน่าจะรู้กัน ฮ่าๆ) มีหน้า Login ก็ไปพรีเซนต์ได้ วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนมาถึงงานแถลง ข่าว ทำไงดี คอนเซปต์ก็ไม่เคลียร์ แอปทำอะไรได้บ้างยังตอบกันเองไม่ได้เลย ด้วยความที่รับผิดชอบในส่วนออกแบบครับ ก็เลยจัด Infographic ไปหน้านึง ร่วมหัวกันคิด สรุปโปรเจค นำเสนออกมาภายใน 1 นาที ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่ก็ทำให้เราผ่านพ้นวันนั้นมาได้ด้วยดี

raidee

งานแถลงข่าวจัดยิ่งใหญ่พอควรครับ มีสื่อหลายสำนักมาตั้งกล้องถ่ายภาพ รอสัมภาษณ์มากมาย แต่สิ่งที่ต้องยอมรับจริงๆว่า พิธีกรในวันนั้น พี่หนุ่ย แบไต๋ สุดยอดมากครับ เป็นพิธีกรที่ตลก คุยสนุก และดำเนินงานไปด้วยดีจริงๆ และแล้วปราการก่อนรอบ Final ก็ผ่านพ้นไป

ตอนนี้พวกเราผ่านพ้นงานแถลงข่าวไปเรียบร้อยแล้วครับ ยาวไปแล้ว รอติดตามเรื่องราวต่อไปของเราต่อ ตอนที่ 2 นะ

ขอขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ข่าวสาร ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย)